Leading Technologies Lifestyle ถึงเวลาต้องตัดใจ เมื่อรถสุดรักงอแงจนเกินเยียวยา ตัดใจขายดีไหม

ถึงเวลาต้องตัดใจ เมื่อรถสุดรักงอแงจนเกินเยียวยา ตัดใจขายดีไหม


ประ-กันรถยนต์

เมื่อคนยังมีอายุขัย สิ่งของใด ๆ ในโลกนี้ย่อมต้องมีอายุการใช้งานเช่นกัน จึงไม่แปลกอะไรที่รถยนต์ของเราเมื่อถึงคราวก็ต้องเสื่อมสภาพ ผุพังไปตามกาลเวลา บางคนสภาพรถโทรมเร็วเสื่อมเร็วเพราะใช้งานหนัก บางคนรถเสื่อมสภาพเร็วเพราะเกิดอุบัติเหตุ มีการเคลมประกันภัยรถยนต์เข้าอู่ซ่อมมาหลายครั้ง ส่วนบางคนก็อาจเป็นด้วยเพราะว่าใช้รถเก่าเป็นมือสอง

ไม่ว่ารถจะเสื่อมสภาพผุพังไปด้วยสาเหตุใดก็ตาม หากว่าซ่อมแซมแล้วกลับมาใช้งานเป็นปกติได้ก็คงไม่ใช่ปัญหา แต่บางทีถ้ารถเสียหายมากจนเกินเยี่ยวยา ออกอาการงอแงให้เราต้องหนักใจบ่อย ๆ ก็คงไม่ดีแน่ การตัดใจขายไปก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่สำหรับบางคนก็อาจจะรักและผูกพันกับรถคันเก่งของตนเอง แล้วแบบนี้ควรจะตัดใจขายดีหรือไม่กันนะ

วิ่งมาถึง 100,000 กิโลเมตร ตัดใจขายก็ดีก่อนราคาตก

แม้คุณจะรักรถแค่ไหน แต่ถ้ารถใช้งานมาอย่างสมบุกสมบัน วิ่งรวมระยะทางสะสมจนเลขไมค์เกือบจะทะลุ 100,000 กิโลเมตรแล้ว ก็ขอแนะนำว่าคุณควรตัดใจขายเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ราคารถจะตกและขายไม่ได้ราคา สิ่งที่คุณจะต้องรู้มีอยู่ 2 ส่วนก็คือ

  • ปัจจัยด้านความเสื่อม: รถยนต์โดยทั่วไปจะต้องเริ่มเปลี่ยนอะไหล่ต่าง ๆ ทั้งในส่วนผ้าเบรก ยาง หัวเทียน ต่าง ๆ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40,000 กิโลเมตร ซึ่งจากจุดนี้จะส่งผลต่อเรื่องราคารถที่จะขายเป็นมือสอง
  • ปัจจัยด้านอายุการใช้งาน: ถ้าคุณจะขายรถเป็นรถมือสองให้ได้ราคาดี อายุการใช้งานของรถไม่ควรเกิน 2 ปี ถ้ารถอายุเกินจากนี้ไป สถาพอาจจะดูโทรมและอาจทำให้ขายไม่ได้ราคา

การตัดใจขายรถในตอนที่รถสภาพยังดีไม่เก่าเกินไป ไม่โทรมเกินไป จะช่วยให้คุณมีเงินก้อนกลับมา ซึ่งอาจจะเพียงพอให้คุณไปดาวน์รถคันใหม่ได้เลย

ค่าซ่อมเริ่มกระทบกับค่าใช้จ่าย

ถ้ารถเริ่มมีปัญหาต้องซ่อมบ่อย ไม่ว่าจากการขับขี่ หรืออุบัติเหตุก็ตาม เคลมประกันภัยรถแล้วแต่ก็มีส่วนต่างที่ต้องจ่ายแยกออกมาเยอะพอสมควร จนเริ่มกระทบกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเรา หากรถคุณมีอาการในลักษณะนี้ก็บอกเลยว่าได้เวลาที่ควรจะตัดใจขายเป็นรถมือสองได้แล้ว รถควรจะนำมาซึ่งความสุขให้กับคุณ แต่ถ้านำแต่ปัญหาที่น่าหนักใจมาให้ ขายไปก็จะทำให้ทุกข์ใจน้อยกว่า

มีเงื่อนไขในการทำประกันภัยรถมากขึ้น

อย่างที่ทราบรถรุ่นใหม่จะเลือกประกันภัยรถยนต์แบบไหนก็ได้ เพราะทางบริษัทประกันยังมั่นใจในสภาพรถ แต่ถ้ารถใช้งานมานาน มีการซ่อมบ่อย เงื่อนไขในการต่อประกันครั้งต่อไปก็จะมากขึ้น คุณอาจต้องจ่ายเบี้ยมากขึ้น ในขณะที่ความคุ้มครองไม่ได้เพิ่มขึ้น หรืออยากจะเปลี่ยนประกันไปทำประกันระดับบน ๆ ก็ทำไม่ได้ เพราะบริษัทประกันไม่รับรองสภาพรถ แบบนี้ก็น่าจะได้เวลาขายรถแล้วล่ะ

รู้สึกว่าคุณสมบัติของรถเริ่มไม่ตอบโจทย์

ตอนเราซื้อรถมาในช่วงเวลานั้น รถเราอาจจะยังใหม่เป็นรุ่นล่าสุด แต่เทคโนโลยียานยนต์นั้นก้าวหน้าและพัฒนากันอยู่โดยตลอดเวลา จนทำให้มีรถยนต์รุ่นใหม่ ที่มีเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำหน้าตอบโจทย์เทรนด์การขับขี่ที่เปลี่ยนไปออกมาเอาใจตลาดอยู่เรื่อย ๆ เป็นเหตุให้รถของเราตกเทรนด์ไปในเวลาอันรวดเร็ว

ถ้าคุณรู้สึกว่ารถยนต์ของคุณเริ่มไม่ตอบโจทย์การใช้งานหลายอย่าง เช่น เรื่องประหยัดน้ำมัน อาจจะทำได้ดีสู้รถยนต์รุ่นใหม่ที่ออกมาวันนี้ไม่ได้ หรือเรื่องของการดีไซน์ที่อาจจะล้าสมัยไปแล้ว การตัดสินใจขายในตอนนี้ก็อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

นอกจากเรื่องการตัดสินใจขายรถแล้วซื้อคันใหม่แล้ว ยังมีอีกเรื่องที่ต้องตัดสินใจเลือกด้วยก็คือการทำประกันภัยรถ ไม่ว่าจะเป็นรถคันเดิมหรือรถคันใหม่ ก็ควรจะต้องมีการทำประกันไว้ เพราะจะได้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเวลาเกิดอุบัติเหตุได้นั่นเอง